เมื่อผมมาประกอบคอมฯเอง ตอนที่ 3
สำหรับการติดตั้งบอร์ดลงในเคส นี่เป็นขั้นตอนก่อนหน้าที่ผมจะมาติดตั้ง CPU พร้อม HeatSink ลงไปนั่นแหละครับ
ซึ่งในตอนติดตั้งนี่ ค่อนข้างจะเกร็งแล้วก็งงด้วย นิดหน่อย -*-‘ แน่ล่ะ ก่อนหน้านี้ ผมไม่เคยประกอบคอมเองมาก่อน จะเคยก็แต่แงะๆเอาบอร์ดของคอมชาวบ้านจากเครื่องหนึ่งไปใส่อีกเครื่องหนึ่ง ซึ่งสามารถทำได้ง่ายๆแค่ขันน๊อตและยกเอาบอร์ดออก แล้วนำไปวางไว้ในเคสของอีกเครื่องหนึ่งแทน จากนั้น ขันน๊อต กลับก็เสร็จ แล้ว
สิ่งที่ผมเจอก็คล้ายๆกับตอนหาพัดลม CPU นั่นแหละ ก็คือ ผมจะวางบอร์ดได้ที่ตรงไหน สำหรับเคสใหม่(เฮ้อ -*-’)
ภายในเคส ที่ซื้อมาใหม่ จะมีถุงใส่ น๊อตให้จำนวนหนึ่งที่ในนั้นจะมีน๊อตทองเหลืองประมาณ 5-6 ตัวอยู่ด้วย ซึ่งน๊อตพวกนี้แหละครับ คือจุดรองรับ บอร์ดใหม่ของเรา (ตรงนี้ ขึ้นอยู่กับการออกแบบเคสด้วย ว่าจะใช้อะไรเป็นตัววางจุดรองรับครับ)
ซึ่งการจะประกอบเมนบอร์ดลงไปในเคสได้นั้น จุดที่ติดตั้งน๊อตทองเหลือง จะต้องตรงกับตำแหน่งรูเจาะบนเมนบอร์ดของเราด้วย คือ ให้รูตรงกันให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้นั่นเองครับ
ในตอนที่ผมประกอบคอมนี่ก็อยู่ช่วงหน้าหนาวซะด้วยสิ อุปกรณ์พวกนี้ ไม่ถูกกับไฟฟ้าสถิตย์อยู่แล้ว แถมผมต้องยกๆ เล็งๆ ตัวบอร์ดเนี่ย ให้รูบนบอร์ดกับเคสตรงๆกันนั่นแหละ ก็เกร็งกันพอสมควรคือกลัวว่าไฟฟ้าสถิตย์จะเล่นงานบอร์ดใหม่ของผมเข้า -*-‘ แต่ก็ไม่มีปัญหาใดๆครับ
เพราะยังไงๆมันก็บังคับเราด้วยตำแหน่งของพอร์ตทางด้านหลังให้อยู่ดี แถมพบว่า มีอยู่จุดหนึ่งที่ต้องใช้ตัวช่วยพิเศษที่เคสนี้แถมมาให้ครับ คือจะเป็นหมุดพลาสติกหน้าตาคล้ายๆกับร่ม มีสองด้านครับ ถ้าใส่ ก็บีบปลายเข้าไปแล้วหัวหมุดจะกางออกมาเอง เวลาจะถอดก็ใช้คีมปากแหลมบีบแล้วดึงออกจากมาช้าๆ เอามายึดแทนรูที่ไม่สามารถวางน๊อตทองเหลืองลงไปได้ ซึ่งกว่าจะทำเสร็จเนี่ย เสียเวลาไปนานพอสมควรอยู่เหมือนกันครับ !??!! -*-’
สำหรับจุดที่น่าสนใจอย่างหนึ่งในการประกอบ ก็คือว่า
ก่อนที่เราจะใส่บอร์ดเข้าไปได้ จะต้องดึงเอาแผ่นปิดในตำแหน่งของพอร์ตต่างๆที่ด้านหลังเคสของเดิมออกไปเสียก่อนครับ เนื่องจากว่า แผ่นปิดที่มากับเคสนั้น ตำแหน่งของพอร์ตต่างๆ จะไม่ตรงกับบอร์ดเราที่ซื้อมา
เสร็จแล้ว เมื่อเราแงะๆ ดึงๆมันออก ก็จะเหลือแต่ช่องว่างสี่เหลี่ยมเปล่าๆขนาดใหญ่ ถ้าเราไม่สนใจอะไรมาก ก็ปล่อยเอาไว้ทั้งอย่างนั้นก็ได้ครับ
คอมทำงานได้ปกติ(เคยเห็นแบบนี้ ทั้งที่บ้านและที่ทำงานของเพื่อนๆหลายคนมาแล้วล่ะ ) เพียงแต่ฝุ่นจะเข้าไปได้เยอะด้วยเช่นกัน -*-‘ และต้องระวังไม่ให้ใครเอาอะไรไปแหย่เล่น
แต่ทีนี้ ถ้าเราสนใจขึ้นมาล่ะ จะทำอย่างไรกัน ไม่ยากครับ เพราะทางผู้ผลิตเขาได้แถมของที่ว่านี้มาให้เราเรียบร้อยแล้ว
จากรูป นี่เป็นชุดของสิ่งที่แถมมาให้พร้อมกับตัวบอร์ด
โดยจะมีคู่มือบอร์ดมาให้ มีสายข้อมูลของ Harddisk แบบใหม่(SATA) และหัวจ่ายไฟเข้า harddisk SATA พร้อมตัวแปลงให้ใช้กันได้กับหัวต่อไฟเลี้ยงของ Harddisk แบบเก่า(PATA หรือแบบสายแพ IDE เดิมนั่นเอง) มาให้ อย่างละเส้น
แต่… สังเกตแผ่นอะลูมิเนียมข้างบนนั่นไหมครับ ทีแรกก็ไม่ทันคิดว่าเขาให้เรามาทำไม จนกระทั่ง ถึงเวลาที่ต้องวางบอร์ดลงในเคส
นี่เป็นรูปของแผ่นปิดด้านหลังเคสตามตำแหน่ง port ต่างๆของบอร์ดครับ แน่นอนว่า มันเป็นตำแหน่งเฉพาะตัว ของใคร ของมัน ไม่สามารถใช้แทนกันได้ เว้นเสียแต่ว่า เป็นบอร์ดยี่ห้อเดียวกัน รุ่นไล่เลี่ยกัน และตำแหน่งของ port ด้านหลังไม่เปลี่ยนครับ (ถ้าเปลี่ยนตำแหน่งขึ้นมา ก็เลิกคิดได้เลยครับ อาจจะต้องทำแผ่นปิดขึ้นมาใหม่เอาเอง -*-‘) วิธีการติดตั้งก็ไม่ยาก ก็คือ แค่ติดตั้งแผ่นอะลูมิเนียมที่ว่านั่นลงไปที่ด้านหลังแทนตำแหน่งของแผ่นปิดเดิมในเคสที่เราเอาออกมาแล้วแค่นั้นเอง เท่านี้ ช่องว่างด้านหลังของเราก็จะถูกปิดลงเรียบร้อยแล้วล่ะครับ ^___^
พอเอาบอร์ดลงเคสไปแล้ว ก็ย้อนขั้นตอนกลับไปสู่ตอนก่อนหน้านี้ นั่นก็คือการ จับ CPU และ HeatSink ลงไปใน Socket บนบอร์ดนั่นเอง
หลังจากนั้น ก็เป็นขั้นตอนของการใส่แรมและต่อสายไฟไปตามจุดต่างๆจากเคสลงในบอร์ดตามที่คู่มือกำหนดล่ะครับ
นี่ก็อาศัยประสบการณ์จากการเคยแงะเครื่องชาวบ้านมาใช้อีกตามเคย
อีกอย่างหนึ่ง ผมเองเพิ่งจะทราบด้วยก็คือว่า ในเคส ที่ซื้อมาใหม่เนี่ย สายไฟที่มาจาก Power Supply มีไม่ครบ 20 เส้นครับ(โดยเส้นที่โดนตัดออกก็คือ เส้นที่จ่ายไฟลบของ usb port ซึ่งอันนี้อ้างมาจากคู่มือบอร์ดของผมเอง แต่ที่ใช้งานอยู่ทุกวันนี้ ก็ยังไม่พบปัญหาใดๆทั้งสิ้นครับ แปลกดี -*-‘)
ทำเอาผมต้องวิ่งไปหาที่ร้านขายเคส และก็ได้คำตอบมาว่า มันเป็นแบบนี้มาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เฮ้อ กรรม -*-‘
หมายเหตุ:Power Supply ที่ใช้กับบอร์ดรุ่นใหม่ๆหัวต่อไฟเลี้ยงจะเป็นแบบ 20+4 pin คือจะมีหัวต่ออีกชุดหนึ่งแยกไปพร้อมเพิ่มสายไฟอีก 4 เส้นต่างหากจากหัวต่อไฟตามปกติเดิมที่มีอยู่แล้วทั้งหมด 20 เส้น โดยจะใช้สำหรับจ่ายไฟให้ตัว CPU โดยเฉพาะ ซึ่งร้านที่ขายอุปกรณ์คอมฯจะเรียกมันสั้นๆเวลาเราไปซื้อว่า power p4 เพราะว่า มันเป็น power supply ที่เอาไว้ใช้งานกับบอร์ดที่ใช้ cpu ของ Intel รุ่น pentium4 socket 478 นั่นเองครับ อาจจะสงสัยว่าทำไม จำรายละเอียดได้ขนาดนั้น ก็เพราะว่า มันคือชุดคอมเครื่องเก่าของผมที่ลาจากไปโดยไม่ทราบสาเหตุการเสียนั่นเองครับ ^__^
จุดที่น่าประหลาดอีกจุดหนึ่ง ก็คือ ตรงขั้วต่อสายไฟหลอด LED สำหรับแสดงสถานะ Harddisk และไฟการทำงานของเครื่องที่มาจากเคสครับ เพราะตามปกติแล้ว เมื่อต่อสายไฟเข้าไปจะต้องทำงานได้ทั้งคู่
แต่สำหรับเคสรุ่นนี้ ไม่ใช่อย่างนั้นเพราะว่าในตำแหน่งไฟ LED แสดงสถานะการปิด-เปิดเครื่อง หัวต่อสายไฟ อยู่ในลักษณะที่ไม่สามารถทำให้มันทำงานได้ เพราะไฟมาไม่ครบวงจร
แต่ก็จำเป็นต้องติดเพราะไม่สามารถนำเอาไปวางไว้ในจุดอื่นหรือตำแหน่งอื่นได้(ตำแหน่งตามคู่มือบังคับด้วยครับ)
ทำให้ ตอนนี้ เหลือเพียงแค่ไฟแสดงสถานะการทำงานของ Harddisk เท่านั้นที่ยังใช้งานได้ตามปกติ (นับตั้งแต่เริ่มใช้งานมาจนถึงเวลา ณ ขณะปัจจุบันนี้ ไม่พบความผิดปกติใดๆทั้งสิ้นครับ โล่งอกไปที -*-‘)
ในตอนหน้า เราจะมาดูกันว่า Harddisk รุ่นใหม่ แตกต่างจากของเดิมอย่างไรบ้าง
พบกันใหม่ตอนหน้า สวัสดีครับ ^___^.
Filed under: ComTech

