บันทึกประสบการณ์ใช้จริง Linux ตอนที่ 2

Share

สวัสดีครับ พบกันต่อในบทความเล่าประสบการณ์กับการใช้ Linux Ubuntu ภาคปฏิบัติครับ โดยบทความแบบนี้ จะเขียนไปเรื่อยๆ เนื่องจาก ปัจจุบันนี้ ผมเองเริ่มใช้ Linux ตามที่ทำงานต่างๆไปแล้ว (จากความจำเป็นและปัญหาชีวิตบางประการที่เคยเขียนบอกเอาไว้ก่อนหน้านี้ นั่นเองครับ -*-”)
เอาล่ะ มาว่ากันต่อ สำหรับการใช้งานจริง กับ Linux Ubuntu

สำหรับ Ubuntu การติดตั้งโปรแกรมที่นอกเหนือ จาก ชุดโปรแกรมที่ให้มากับตัวติดตั้งนั้น เป็นสิ่งที่ทำให้ผู้ใช้ใหม่ๆบางรายที่มาจาก windows งง พอสมควร แม้ปัจจุบัน ubuntu เองจะทำระบบติดตั้งที่คล้ายคลึงกับ Add/Remove Program ของ windows เอาไว้แล้วก็ตาม
เอาล่ะ ถือว่า เป็นลักษณะเฉพาะตัวของ OS ก็แล้วกันนะครับ (เข้าใจว่า Mac OS X ก็มีระบบแบบนี้เช่นเดียวกัน เพราะมาจากฐานของ Unix ที่เป็นญาติกันกับ Linux อยู่แล้ว) สำหรับใครก็ตามที่ชอบลงโปรแกรมสุ่มสีสุ่มห้า คุณจะเจอสิ่งต่อไปนี้ครับ
ในระบบ Linux คอมเครื่องเดียวกัน คุณจะมีสิทธิการใช้งาน 2 รูปแบบครับ ก็คือ root (เทียบได้กับ administrator ของ windows ครับ) กับ user แน่นอนว่า root นั้น ใหญ่สุด จะลองลงโปรแกรมอะไรก็ได้ แต่คุณจะไม่ได้สิทธินั้นแม้แต่น้อยนะครับ เพราะว่าการใช้งานปกติ คุณจะถูกบังคับให้ Login เป็น user เท่านั้น เอาล่ะสิ ทีนี้ ฉันจะลงโปรแกรมได้ยังไงกัน
การลงโปรแกรมนั้น จะมีวิธีการลงอยู่ 2 แบบ คือ
1.กระทำผ่านบรรทัดคำสั่ง ด้วยการเปิด Terminal ขึ้นมา พิมพ์คำสั่ง กรอกรหัสผ่าน จากนั้น นั่งรอ โปรแกรมให้ทำอะไร ก็อ่านด้วย แต่ส่วนใหญ่ แทบจะไม่ต้อง นั่งรออย่างเดียวได้เลย
2.เลือกลงผ่านระบบติดตั้งที่คล้ายๆกับ Add/Remove Program ที่บอกไปข้างต้น กรอกรหัสผ่าน จากนั้น นั่งรอเหมือนกัน
สำหรับรหัสผ่านนั้น เราจะได้มาอยู่แล้วในตอนที่ติดตั้ง เพราะเราจะต้องตั้งรหัสเอง ดังนั้น น่าจะจำได้ไม่มีปัญหาอะไร
อ้อ แถมให้เล็กน้อย หากจะลงโปรแกรมผ่าน Terninal เนื่องจากในรูปแบบปกติ เราไม่มีสิทธิเป็น root ถาวร แต่เราสามารถดึงสิทธิในการใช้งาน root ด้วยคำสั่ง sudo เพื่อลงโปรแกรมได้ และสามารถเปลี่ยนตัวเองให้เป็น root ไปชั่วคราวได้ด้วยคำสั่ง sudo -i ก็สั้นๆ มีเพียงเท่านี้ แต่การใช้งานส่วนใหญ่ บน terminalจะใช้คำสั่ง sudo มากกว่าครับ
ถามว่า ทำไมถึงเป็นแบบนั้น เพราะว่า แกนหลักของ Linux นั้นพัฒนามาจากระบบ unix ที่สามารถรองรับผู้ใช้งานได้จำนวนมาก การที่มีผู้ใช้ร้อยพ่อพันแม่ ทำให้ยากต่อการควบคุม ถ้ามีใครทำอะไรมั่วซั่วกับแกนหลักของระบบ อาจจะทำให้ระบบล้มเหลวถึงขั้นพังได้เลยทีเดียว จึงต้องออกแบบระบบมาเพื่อกันเอาไว้ก่อนแบบที่เห็นอยู่นี่แหละ จะไม่เหมือนกับวินโดว์ ที่มี administrator ไว้อย่างนั้นก็จริงแหละ แต่เวลาลงโปรแกรมอะไร บางทีก็ลงผ่าน admin ได้ซะอย่างงั้น ยังไม่นับโปรแกรมบางตัวที่ทำตัวผูกเข้ากับระบบอีกนะ เลยนับว่า ค่อนข้างจะเสี่ยงพอสมควร(เรื่องนี้ แล้วแต่คนที่ใช้งานด้วยครับ ) แต่ใน windowsรุ่นใหม่ๆ คือ vista กับ 7 ก็ได้มีการพัฒนาไปอีกขั้นด้วยระบบ UAC(User Account Control) แต่คงอีกนานกว่าจะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของ user ได้ครับ เพราะทุกวันนี้ ระบบนี้ ก็เป็นที่รบกวนและรำคาญใจกับผู้ที่ใช้ windows มากทีเดียว ^___^
นอกจากนี้ ระบบไฟล์และโฟลเดอร์ของ ubuntu จะไม่เหมือนกับ windows ด้วย เพราะมีการจำกัดสิทธิเข้าถึงแบบเป็นระบบและเป็นสัดส่วน กล่าวคือ ถ้าเป็นส่วนที่อยู่ในชื่อ user ของเราเอง เราทำอะไรกับมันก็ได้ แต่คนอื่นไม่สามารถทำอะไรได้เลย ถ้าต้องการแชร์ให้คนอื่นด้วย ต้องกำหนดเพิ่มเติมลงไปเอาเอง
หรือในบางครั้ง โปรแกรมบางโปรแกรม ตอนติดตั้งจะส่งระบบไฟล์ต่างๆไปไว้ที่ ส่วนของ root ทำให้เราไม่สามารถจัดการกับมันได้ ต้องกำหนดให้ทุกส่วนหรือเฉพาะเราเองเข้าไปจัดการได้ ซึ่งการกำหนดแบบนี้ จะใช้คำสั่ง chmod ครับ
สำหรับตัวเลขของ chmod ที่ใช้กันบ่อยๆ คือ 777 ซึ่งคิดว่า ทุกคนที่เขียนเวบไซต์แบบต้องใช้ script ส่วนของ server side หรือใช้พวก cms ทั้งหลาย จะต้องรู้จัก ค่านี้ อย่างแน่นอน แต่ ค่านี้ นิยมใช้กับส่วนที่เป็น ข้อมูล เสียมากกว่า เพื่อให้ทุกคน สามารถจัดการกับมันได้นั่นเอง
ส่วนตัวเลขชุดอื่นๆ เช่น 775 หรือ 664 จะมีคำอธิบายอยู่แล้ว ทั้งจากในคู่มือของ hosting หรือจากคู่มือของ Linux ต่างๆ ว่า หมายถึงอะไร หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม google ช่วยคุณได้ครับ ^___^
อย่างที่เคยบอกเอาไว้ ตั้งแต่ตอนแรกๆ สิ่งที่จำเป็นสำหรับการใช้งาน ubuntu ได้ ก็คือ การใช้คำสั่งบางคำสั่ง ให้คล่องตัว เท่าที่จำเป็น ฉะนั้น ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่ หรือมือเก่า ถ้าจะใช้ ubuntu ได้ ก็คงต้องพัฒนาตัวเองให้เป็น Advance User กันล่ะ -*-”
แต่ถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับการจัดการระบบลึกๆแล้ว ผมแทบจะไม่รู้เรื่องอะไรเลย ซึ่งเป็นทั้งข้อดีและข้อเสียครับ
ที่ว่าเป็นข้อดี เพราะว่า ทำให้ผมไม่กล้าจัดการอะไรสุ่มสี่สุ่มห้ากับระบบ เพราะถ้าพัง คราวนี้ จะงงต่อไม่ติดว่า มันพังตรงไหนและเพราะอะไรครับ ไม่เหมือนระบบวินโดว์ที่แทบจะหาทุกอย่างเจอได้เกือบทั้งหมด เว้นแต่ส่วนของ registry บางส่วนที่ผมก็ไม่กล้าเข้าไปแตะมันเหมือนกัน -*-”
ส่วนข้อเสียที่มีก็คือ ในบางครั้ง เราแทบจะไม่ทราบว่า หลังจากเรา ติดตั้งโปรแกรมไปแล้วน่ะ โปรแกรมที่ว่านั้น มีสถานที่สิงสถิตย์อยู่ ณ ส่วนไหนของระบบ
ซึ่งจะมีผลต่อการย้ายหรือเพิ่มข้อมูลบางอย่างเช่น plugin หรือ skin หรือ profile file บางอันเพื่อแก้ไขหรือเอาค่าเก่าที่มาจากระบบวินโดว์มาใช้ต่อใน ubuntu
จากการใช้งานจริง พบว่า หายากชะมัด -*-” ทั้งนี้ รวมถึงการติดตั้ง plugin เพิ่มเติมเองใน Ubuntu ด้วย เพราะใน ubuntu 9.10 มีบาง plugin ที่ไม่ยอมทำงาน เพราะเป็นรุ่นใหม่เกินไป -*-” Ubuntu รับไม่ได้ 555+ ^___^ อาทิเช่น Flash Player Plugin เป็นต้น !!!!

สำหรับเนื้อหาต่อจากนี้ไป จะเป็นบันทึกการใช้งานจริงกับ ubuntu linux ดังนั้น ก็ขอเปลี่ยนหัวเรื่องเสียเลย จาก Linux มาเป็น ubuntu แทนครับ ละไว้ในฐานที่เข้าใจว่า ubuntu ก็คือ linux ประเภทหนึ่งนั่นแหละ -*-”
พบกันใหม่ ตอนหน้าสวัสดีครับ .

  • Share/Bookmark

Tags: , , , ,
Filed under: Linux

Leave a Reply


Close
E-mail It