OLPC ถึง Tablet จากวันนั้น ถึง วันนี้ ใครกันที่ยังไม่ยอมเปลี่ยนแปลง(ความคิด)

Share

ณ วันนี้ ผลการเลือกตั้งของประเทศนี้ ออกมาเป็นอย่างไร ทุกคนคงทราบดี ว่าประชาชนต้องการอะไร เหลือเพียงแต่รอดูว่า จะทำได้อย่างที่ว่าเอาไว้หรือไม่ ทั้งนี้ มีทั้งคนรอความหวังและคนที่หวังว่าจะกระทืบซ้ำ ซึ่งต้องคอยดูกันต่อไป
แต่มีหนึ่งในนโยบายที่เขาได้ประกาศเอาไว้ตอนหาเสียง ที่จะนำมากล่าวถึงในที่นี้ ก็คือ “1 tablet per child” (ถ้าจำไม่ผิด) ที่เหมือนจะบอกว่าเอาไว้ให้น้องๆป. 1 เขาใช้กันในด้านการศึกษา
แล้วเสียงคัดค้านจากคนกลุ่มหนึ่งก็ตามมา ด้วยมุขเดิมๆ
1 ไม่จำเป็น
2 ไม่เท่าเทียม
3 ไม่มีเนต เด็กจะเล่นอะไร
4 กลัวจะเอาไปเล่นอย่างอื่น
5 กลัวจะรักษาไว้ไม่ได้ กลัวทำหาย
6 เหตุผลอื่นๆอีกสารพัด

สักพัก ผมก็คิดถึงเรื่องเก่าๆที่เคยเขียนระบายเอาไว้สมัย 4-5 ปีที่แล้ว เกี่ยวกับเรื่อง OLPC และนโยบายที่เปลี่ยนไปนี่แหละ พอย้อนกลับมาดูเทียบกับเหตุผลเดิมๆที่มีการคัดค้านแล้ว ทำให้เรารู้เลยว่า ใครกันแน่ ทีความคิดไม่เปลี่ยนแปลง -*-‘

มาดูสรุปบทความเดิม ที่ผมเขียนเอาไว้ก่อนจะดีกว่า

สิ่งที่ตกค้างจากเรื่อง OLPC (สรุป)

บทความนี้เขียนเมื่อ 21/03/2008 เนื้อหาโดยย่อเป็นดังนี้

เมื่อเกิดการเปลี่ยนรัฐบาลจากการปฏิวัติ 2549 มีการยกเลิกโครงการ OLPC ทำให้ไม่มีโอกาสได้เห็น OLPC จริงๆ ออกมาให้ทดลองใช้ภายในประเทศ ทั้งๆที่ควรทำได้ แต่ก็ไม่ทำ

จริงอยู่ เราควรทำการพัฒนาประเทศชาติอย่างยั่งยืน พอเพียง แต่ไม่ใช่ อยู่ๆ เตะตัดขาตัวเองให้ล้มลง แล้วบอกว่า ไม่เป็นไร ล้มแล้วก็ลุกขึ้นมาใหม่ อย่างนั้น เขาเรียกคนบ้า

จากนั้นก็มี netbook นำเข้ามา ยี่ห้อแรก ก็คือ ASUS EEE PC (ซึ่งต่อมาก็เกิดกระแสนิยม netbook ขี้น)

สำหรับเรื่องของ OLPC มีคนบางกลุ่ม เขายังไม่เห็นด้วยที่จะให้สิ่งนี้ กับเด็กๆนักเรียน ข้ออ้างอันหนึ่งที่เอามาใช้ คือ กลัวเด็กไม่มีความรู้ และความรับผิดชอบ
ผมเองก็ไม่รู้ว่า ความรู้ กับ ความรับผิดชอบ เนี่ย มันต้องมีติดตัวมากัน
ตั้งแต่เกิดไหม ผมว่า ไม่ใช่ มันสอนกันได้ มันเรียนรู้กันได้ ยิ่งถ้าอ้างว่า ไม่มีความรับผิดชอบ หรือ ว่า ต้องคอยสอนหรือ service ให้เนี่ย พวกคุณคิดผิดหรือเปล่า เพราะคนที่เขาอยู่ในโครงการ เขาก็อาสาจะไปให้ความรู้ และช่วยดูแลแนะนำน้องๆนักเรียนเหล่านี้อยู่แล้วนะ
ไม่แน่ใจว่า คนเหล่านั้น มีของเล่นเทคโนโลยีที่ดีกว่า น้องๆพวกนี้ กี่อย่าง จะให้ยกตัวอย่างไหม ว่า อะไร เครื่องเล่น mp3 พกพา , กล้องดิจิตอล , ipod nano ฯลฯ เมื่อคุณมีของเยอะมากมายขนาดนี้ คุณยังรับผิดชอบมันได้หมดไม่ใช่หรือ แล้วคุณจะต้องแคร์อะไรกับ ของเล่นชิ้นใหม่ชิ้นเดียวที่จะให้กับน้องๆเด็กนักเรียนล่ะ จริงไหม อีกอย่าง
ถ้าไม่สอนให้เขารู้จักรับผิดชอบตั้งแต่ตอนนี้ ในวันข้างหน้า เขาจะรับผิดชอบสิ่งอื่นๆได้หรือ??
ที่จริงแล้ว หากยังเข้าร่วมโครงการอยู่ จะได้เห็น OLPC อยู่คู่กันกับ eeePC แล้วล่ะ อย่าลืมว่า eeePC นั่นต้องซื้อนะ แพงด้วย แต่ก็เห็นคนมีเงิน เขาชอบ เขาก็ซื้อ กับ OLPC ที่ ให้ฟรีนี่ล่ะ ทำหวง ไม่รู้หวงทำไม อ้างว่า ไม่พอเพียง กลัวเขาฉลาดกว่าพวกคุณหรือไง ถึงเด็กๆจะได้ไป มันก็มีอีกหลายอย่างที่พวกเราต้องพัฒนาให้อีกมาก ต้องแคร์อะไรกัน
ประเทศไทยเรานี้มีกรรมอยู่อย่างหนึ่ง คือ บางครั้ง ได้ผู้บริหารหรือผู้นำที่ไม่มีความรู้ ความเข้าใจอะไรเลย ในเรื่องอนาคต มาอยู่เหนือคนที่เขาเห็นอนาคต มีความรู้ คุณคิดว่า มันน่าอึดอัดแค่ไหนกันล่ะ ที่ต้องอยู่กันแบบไร้อนาคตทั้งๆที่เลือกได้ เพียงเพราะผู้บริหารหรือผู้นำที่ไม่นำพา เท่านั้นเอง ยิ่งไปกว่านั้น คนบางกลุ่ม บางพวก เลือกที่จะปิดกั้นอนาคตของผู้อื่น โดยใช้ฐานความรู้ ความคิดและสภาพแวดล้อมของพวกตนเองเป็นบรรทัดฐาน ซึ่งเท่ากับว่า ก่อบาปกรรมไปโดยไม่รู้เรื่องเลยสักนิดเดียว แน่นอนว่า ผลสะท้อนโดยรวมทั้งหมดก็คือ ประเทศชาติ จะได้รับผลกระทบไปด้วย เพราะเป็นที่รวมของคนทุกกลุ่มทั้งหมด เด็กๆในวันนี้ คือ ผู้ใหญ่ในวันข้างหน้า เมื่อเด็กกลุ่มหนึ่ง ถูกปิดกั้นอนาคต แล้วประเทศชาติจะเจริญไปในทุกๆด้านได้อย่างไรกัน
ก็ได้แต่ตามดูกันต่อไปครับ ว่่าจะเป็นอย่างไร เพราะอันที่จริงแล้ว เราก็ถนัดที่จะ ตาม กันอยู่แล้วนี่นา ใช่ไหมครับ ??
จากวันนั้น ผ่านมาจนถึงวันนี้ หลังกระแส netbook จุดติดไม่นาน ก็มีของเล่นราคาแพง คนแห่กันจองซื้อที่ชื่อว่า iPad เอาไว้เล่นกัน กระทั่งมีการแข่งขันด้าน tablet มีของที่คล้ายๆกันแต่เป็นยี่ห้ออื่นๆเกิดขึ้นมามากพอสมควรและราคาก็เริ่มลดลงจนอยู่ในเกณฑ์ที่คนทั่วๆไปสามารถซื้อหามาได้ด้วยราคาที่ไม่แพงจนเกินไป


Tags:

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *